ภ.ง.ด.3 กับ ภ.ง.ด.53 ต่างกันยังไง และดูจากอะไร
สองแบบนี้แยกกันที่ตัวผู้รับเงิน ไม่ใช่ที่ประเภทงานที่จ้าง คนจำนวนมากดูจากเลขผู้เสียภาษีอย่างเดียวแล้วยื่นผิด เพราะมีกรณีหนึ่งที่เลขหน้าตาเหมือนนิติบุคคลแต่ต้องยื่นอีกแบบ
ดูจากผู้รับเงิน
| ผู้รับเงิน | แบบที่ยื่น | ข้อสังเกต |
|---|---|---|
| บุคคลธรรมดา | ภ.ง.ด.3 | ใช้เลขบัตรประชาชน 13 หลัก |
| นิติบุคคล (บริษัท / ห้างหุ้นส่วนจดทะเบียน) | ภ.ง.ด.53 | เลขทะเบียนนิติบุคคลขึ้นต้นด้วย 0 |
| คณะบุคคล / ห้างหุ้นส่วนสามัญไม่จดทะเบียน | ภ.ง.ด.3 | เลขขึ้นต้นด้วย 0 เหมือนนิติบุคคล แต่ยื่น ภ.ง.ด.3 |
กรณีที่แยกผิดบ่อยที่สุด
คณะบุคคลและห้างหุ้นส่วนสามัญที่ไม่ได้จดทะเบียน มีเลขประจำตัวผู้เสียภาษีขึ้นต้นด้วย 0 เหมือนนิติบุคคล
ถ้าเขียนโปรแกรมหรือทำงานโดยดูแค่ว่าเลขขึ้นต้นด้วย 0 แล้วเหมาว่าเป็นนิติบุคคล จะยื่น ภ.ง.ด.53 ทั้งที่ต้องยื่น ภ.ง.ด.3
วิธีที่ถูกคือระบุประเภทผู้รับเงินเอง แล้วใช้เลขผู้เสียภาษีเป็นแค่ค่าตั้งต้นที่แก้ทับได้
แบบอื่นที่ไม่ได้ใช้สองตัวนี้
- เงินเดือนและค่าจ้างแรงงานตามมาตรา 40(1) ใช้ ภ.ง.ด.1
- ดอกเบี้ยและเงินปันผลตามมาตรา 40(4) ใช้ ภ.ง.ด.2
ระบบเลือกแบบให้ตามประเภทเงินได้ก่อน ถ้าประเภทนั้นบังคับแบบอยู่แล้วก็ไม่ต้องดูตัวผู้รับเงินอีก
คำถามที่พบบ่อย
ยื่นผิดแบบแก้ยังไง
ต้องยื่นแบบที่ถูกต้องเพิ่มและดำเนินการตามขั้นตอนของกรมสรรพากร ซึ่งอาจมีเบี้ยปรับหรือเงินเพิ่มแล้วแต่กรณี ควรปรึกษาผู้ทำบัญชีก่อนดำเนินการ
จ่ายให้ร้านค้าที่เป็นบุคคลธรรมดาใช้แบบไหน
ใช้ ภ.ง.ด.3 เพราะผู้รับเงินเป็นบุคคลธรรมดา แม้จะจดทะเบียนพาณิชย์ในชื่อร้านก็ตาม
ลองใช้จริงได้เลย ไม่ต้องใส่บัตรเครดิต
ออกเอกสารได้ทันทีตั้งแต่ใบแรก ระบบลงบัญชีและสรุปภาษีของงวดให้เอง
อ่านต่อ
ปรับปรุงล่าสุด 2026-08-09